การส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่นให้เข้มแข็ง

จากการแพร่กระจายของวัฒนธรรมต่างประเทศและความเจริญทางด้านเทคโนโลยีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในสังคมไทย การรับวัฒนธรรมต่างชาติโดยไม่ได้ปรับให้สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิต และมีการรับค่านิยมและแนวการปฏิบัติที่อาจไม่เหมาะสม วัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามและหลากหลายในสังคมสูญหายไป รวมทั้งวัฒนธรรมท้องถิ่นอาจถูกละเลยไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนท้องถิ่นได้ จากผลกระทบจากการพัฒนาในอดีต กระแสโลกาภิวัตน์จะส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้นต่อการพัฒนาท้องถิ่นในอนาคต ดังนั้นแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นให้เข้มแข็งและมีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต จำเป็นจะต้องมีการพัฒนาในส่วนต่างๆดังนี้

– การพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น โดยศึกษาความต้องการของตลาดแรงงานในท้องถิ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรให้สอดรับกับความต้องการของท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นการปรับหลักสูตรการศึกษาของสถาบันการศึกษา ขณะเดียวกันนักศึกษาต้องได้รับการปลูกฝังให้รักท้องถิ่นและตั้งใจกลับไปรับใช้ท้องถิ่นเมื่อสำเร็จการศึกษา

– การประยุกต์ความรู้ทางวิชาการสู่การพัฒนาท้องถิ่น โดยสถาบันการศึกษาในท้องถิ่นควรมุ่งพัฒนาองค์ความรู้หรือประยุกต์ความรู้และเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น เช่น การจัดสัมมนาทางวิชาการเพื่อนำงานวิจัยสู่การพัฒนาท้องถิ่น การนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่มาสาธิตในท้องถิ่น

– การพัฒนาฐานข้อมูลและแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น โดยเฉพาะแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่มีคุณภาพและหลากหลายเพื่อบริการแก่คนในท้องถิ่น มีกระบวนการรวบรวมและจัดระบบข้อมูลและความรู้ต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่เอื้อต่อการพัฒนาท้องถิ่น

– การพัฒนาและปลูกฝังแนวคิดประชาธิปไตยในท้องถิ่น โดยการพัฒนาการศึกษาบนฐานการเมือง เพื่อปลูกฝังประชาธิปไตยแก่ผู้นำชุมชนท้องถิ่นและทุกกลุ่มอาชีพ ให้ประชาชนมีความเข้าใจการเมืองอย่างถูกต้อง เพื่อปลูกฝังว่าการเมืองเป็นเรื่องที่ดีงามและพิเศษที่คนดีควรเข้ามามีส่วนร่วม

– การปลูกฝังแนวคิดชุมชนนิยม เพื่อให้คนเห็นคุณค่าของชุมชนและเกิดความรักท้องถิ่น

– การพัฒนาทุนทางวัฒนธรรม โดยการนำวัฒนธรรมมาใช้สร้างคุณค่าหรือใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาในเชิงพาณิชย์ การพัฒนาสินค้าทางวัฒนธรรม การพัฒนาวัฒนธรรมท้องถิ่นให้มีความทันสมัยมากขึ้น

ดังนั้น การพัฒนาท้องถิ่นให้แข็งแกร่งนั้น จะต้องมีการวางระบบและกลไกที่เอื้อต่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยคนในท้องถิ่นและภาคส่วนต่างๆ ต้องเข้ามามีส่วนร่วม และเมื่อท้องถิ่นเข้มแข็ง ประเทศจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล และสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้อีกด้วย

 

ปัญหาการขาดความมั่นคงในการอยู่อาศัยในชุมชน

ปัญหาการขาดความมั่นคงในการอยู่อาศัยในชุมชน
เนื่องจากปัจจุบันชุมชนแออัด รวมทั้งชุมชนผู้มีรายได้น้อยต่างๆ ในเมืองประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม และการอยู่อาศัยที่สำคัญ คือ ปัญหาการขาดความมั่นคงในการอยู่อาศัย ซึ่งพบว่ามีชุมชนที่ประสบปัญหาความมั่นคงในการอยู่อาศัยถึง 3,750 ชุมชนจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาความมั่นคงในการอยู่อาศัย

รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย และสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยแก่คนจนในเมืองที่ ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้อยู่อาศัยในชุมชนแออัด ชุมชนบุกรุก กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้อยู่อาศัยกระจัดกระจายอยู่นอกชุมชน ผู้อยู่อาศัยในบ้านเช่า บ้านพักตามโรงงาน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยต่ำกว่ามาตรฐาน ขาดบริการพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การเคหะแห่งชาติ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้จัดทำและนำเสนอแนวทางและโครงการนำร่องเป็น 2 โครงการใหญ่ คือ โครงการบ้านเอื้ออาทร สำหรับผู้มีรายได้น้อยทั่วไป และโครงการพัฒนาความมั่นคงที่อยู่อาศัยในชุมชนแออัด

โครงการพัฒนาความมั่นคงที่อยู่อาศัยคนจนในชุมชนแออัด “บ้านมั่นคง” เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาการอยู่อาศัยคนจนในชุมชนแออัดทั่วประเทศ โดยเน้นหลักการที่ให้ชุมชนเป็นแกนหลัก ที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย โดยจะขยายผลไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน/ ชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองแต่ละเมืองทั่วประเทศต่อไปในแนวทางใหม่ที่ให้ ชุมชน และท้องถิ่นเป็นแกนหลัก ชุมชนที่มีปัญหาความมั่นคงในการอยู่อาศัยซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุง /พัฒนาการอยู่อาศัยมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยมาก มีรายได้ครอบครัวต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน เป็นโครงการในที่ดินของรัฐเป็นส่วนใหญ่ มีกระบวนการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหา มีความหลากหลายในรูปแบบการพัฒนาความมั่นคงในการอยู่อาศัยบนพื้นฐานของความ ร่วมมือหลายฝ่าย

ประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ “บ้านมั่นคง” โดยรวมคือ

  1. เกิดการพัฒนาความมั่นคงที่อยู่อาศัยคนจนในชุมชนแออัด ที่สามารถแก้ปัญหาการอยู่อาศัยได้ตรงจุด ตรงกับความต้องการของชุมชน
  2. เกิดแนวทางใหม่ในการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยอย่างเป็นระบบของเมืองต่างๆ ทั้งประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ตรงกับความต้องการ โดยการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นได้คุ้มค่า เป็นประโยชน์สูงสุดภายใต้การร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแรงและร่วมใจของแต่ละเมือง แต่ละท้องถิ่น ประสานกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคม และเมืองน่าอยู่ของแต่ละท้องถิ่นต่อไป
  3. แก้ไขปัญหาคนจนในเมือง โดยให้คนจนสามารถมีความมั่นคงมีสิทธิการอยู่อาศัย สามารถมีชีวิตอย่างมีสถานภาพ และมีศักดิ์ศรี และเนื่องจากการแก้ไขปัญหาความมั่นคงการอยู่อาศัยนี้จะดำเนินการพร้อมกับการ พัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม สวัสดิการ สิ่งแวดล้อมของชุมชน จะทำให้เกิดรูปธรรมการแก้ไขปัญหาคนจนที่ต่อเนื่อง เชื่อมโยง และสัมพันธ์กับโครงสร้างปัญหาอย่างแท้จริง
  4. เกิดความรู้และประสบการณ์ที่จะขยายผลไปสู่การแก้ไขปัญหาความมั่นคง การอยู่อาศัยของคนจน โดยกระบวนการท้องถิ่น ซึ่งจะส่งผลต่อความเป็นชุมชนน่าอยู่ เมืองน่าอยู่ทั่วประเทศต่อไป

ปัญหายาเสพติดในชุมชนที่ต้องร่วมกันแก้ไข

ยาเสพติดนับเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศ และนับวันมีแต่จะรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การแก้ไขโดยคนในชุมชนโดยใช้พลังชุมชนให้มีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นเพียงแนวทางที่ชุมชนสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพชุมชนตัวเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตามขั้นตอน เพื่อหยุดยั้งและลดระดับการขยายตัวของปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้และไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน ดังนั้นทุกภาคส่วนของสังคมต้องช่วยกันก่อนที่ผลกระทบจากปัญหาจะมาถึงครอบครัวเรา ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว พลังชุมชนต้องลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันเพื่อให้ปัญหาหมดสิ้นไปจากประเทศของเราตั้งแต่วันนี้

การบําบัดรักษาโดยมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นรูปแบบการรักษาในเชิงบูรณาการโดยเฉพาะต่อผู้ใช้ยาเสพติดและติดยาในชุมชนเพื่อให้เกิดการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การรักษาในระยะเริ่มต้น ถึงการรักษาแบบการถอนพิษยาและสร้างความเสถียรภาพ จนถึงการติดตามผลการรักษาและการคืนผู้ป่วยสู่สังคม รวมถึงการบำบัดด้วยยาอย่างต่อเนื่อง โดยเกี่ยวข้องถึงการประสานงานร่วมกับหลายหน่วยงานที่ให้บริการทางด้านสุขภาพ สังคมและการบริการอื่นๆ จากบุคคลที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของผู้ป่วย ตลอดจนสนับสนุนครอบครัวและชุมชนของผู้ป่วยอย่างเข็มแข็งในการแก้ปัญหายาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระยะยาวการบําบัดรักษา

การแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน

1.เตรียมความพร้อมชุมชนโดยสร้างจิตสำนึกร่วมกันว่าเป็นปัญหาของทุกคนและทุกฝ่ายต้องมาร่วมมือกันโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน
2.กำหนดวิธีการแก้ไขปัญหา ร่วมแรง ร่วมใจ แก้ไขปัญหาให้สำเร็จ โดยร่วมกันจัดทำแผนงานของชุมชนซึ่งมีแผนที่แก้ไขปัญหายาเสพติดโดยตรง โดยอ้อมและแผนการพัฒนาชุมชนในทุกๆด้าน
3.ลงมือปฏิบัติตามแผนงาน ร่วมแรง ร่วมใจ แก้ไขปัญหาให้สำเร็จ โดยมีการดำเนินการกับผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพและกลุ่มเสี่ยง ด้วยความเอื้ออาทร ให้อภัย และให้โอกาส
4.เฝ้าระวังติดตาม เดินเวรยาม เฝ้าระวังภัยที่อาจเกิดเพื่อไม่ให้ปัญหาที่ชุมชนแก้ไขได้แล้วนั้นกลับมาเกิดซ้ำอีก จึงต้องมีการจัดแบ่งคนคอยสอดส่องดูแลและติดตามสถานการณ์ปัญหาอยู่ตลอดเวลา
5.เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกชุมชน เพิ่มเพื่อน เพิ่มข่าย ขยายพลังชุมชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาทำได้มากขึ้น